5
Jul
Off

หนี้สินหมุนเวียน และหนี้สินไม่หมุนเวียน แตกต่างกันอย่างไร ?

‘หนี้สิน’ มีการแบ่งออกเป็นแบ่งตามระยะเวลา สามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ หนี้สินหมุนเวียน กับ หนี้สินไม่หมุนเวียน ถึงแม้ว่าการสร้างหนี้จะ ก่อให้เกิดประโยชน์ให้กิจการ หากแต่การมีหนี้สินของกิจการควรอยู่ในเกณฑ์กำหนด สำหรับในวันนี้เรามาทำความรู้จักกับหนี้สินทั้ง 2 ประเภทนี้กันให้มากขึ้นจะดีกว่า

หนี้สินหมุนเวียน

หนี้สิน

หนี้สินหมุนเวียน

คือ ภาระผูกพันซึ่งจะมีการกำหนดชำระภายใน 12 เดือน โดยเริ่มจากวันที่เป็นหนี้สิน โดยจะมีการจ่ายชำระหนี้สินนั้นภายในระยะเวลาดำเนินงานตามปกติ ซึ่งอาจกระทำได้ในหลายลักษณะ เช่น จ่ายเงินสด , จ่ายชำระด้วยสินทรัพย์หมุนเวียน , การโอนสินทรัพย์อื่น รวมทั้งการเปลี่ยนภาระผูกพันเก่า ให้กลายเป็นภาระผูกพันใหม่ ด้วยการก่อหนี้สินอื่นๆ ขึ้นมาใหม่เพื่อใช้ในการโป๊ะชำระหนี้สินเดิม เป็นต้น

ประเภทของหนี้สินหมุนเวียน เช่น เงินกู้ระยะสั้นจากธนาคาร , เงินกู้ยืมระยะยาวมีการกำหนดชำระภายใน 1 ปี นับตั้งแต่วันที่เริ่มเป็นหนี้สิน หรือเงินกู้ยืมระยะสั้นจากบุคคลอื่น หรือธุรกิจที่มีความเกี่ยวข้องกัน , หนี้สินหมุนเวียนอื่นๆ เช่น ยอดเงินค้างจ่าย , รายได้รับล่วงหน้า เป็นต้น หากแต่เนื่องจากหนี้สินหมุนเวียน จัดเป็นหนี้ระยะสั้น จึงมีกำหนดระยะเวลาชำระภายใน 12เดือน โดยเริ่มจากวันที่รอบระยะเวลาดำเนินงานตามปกติ

หนี้สินไม่หมุนเวียน หรือ หนี้ระยะยาว

จัดเป็นหนี้สิน ที่มีภาระผูกพันในรูปแบบระยะเวลาอันยาวนาน ที่มีกำหนดชำระยาวนานเกินกว่า12 เดือน หรือ เกินกว่า 1 รอบ ในระยะเวลาดำเนินงานปกติของกิจการ หรือการที่กิจการมีการคาดการณ์ว่า จะมีการชำระหนี้นั้นภายในระยะเวลา ซึ่งเกินกว่ารอบระยะเวลาดำเนินงานตามปกติ สำหรับหนี้สินไม่หมุนเวียน ได้แก่ เงินกู้ยืมระยะยาวจากบุคคล หรือ กิจการที่มีความเกี่ยวข้องกัน , เงินกู้ยืมระยะยาวอื่นประเภทอื่นๆ , หุ้นกู้ตั๋วเงินจ่ายระยะยาว , หนี้สินไม่หมุนเวียนอื่นๆ นอกจากนี้ยังหมายความรวมไปถึง หนี้สินเงินบำนาญ , หนี้สินเงินทุนเลี้ยงชีพ รวมทั้งบำเหน็จ เป็นต้น สำหรับหนี้สินไม่หมุนเวียนหรือหนี้สินระยะยาวนี้ จะถูกบันทึกจัดทำบัญชี ด้วยมูลค่าในปัจจุบันของกระแสเงินสดซึ่งต้องนำมาใช้ในการจ่ายชำระหนี้

เพราะฉะนั้น ถ้าพิจารณาจากประเภทของหนี้สิน คุณก็จะสังเกตเห็นได้ว่า การแยกประเภทหนี้สิน รวมทั้งการลงบันทึกในงบดุล ให้มีความถูกต้องแม่นยำ เป็นเรื่องที่สำคัญมากของกิจการ เนื่องจากภาระหนี้สิน จัดเป็นตัวแปรที่มีความสำคัญในการวิเคราะห์ฐานะทางการเงิน รวมทั้งสภาพคล่องของกิจการ เนื่องจากถ้าหนี้สินมีจำนวนน้อยกว่าทรัพย์สิน นอกจากนี้ถ้ามีการคำนวณ ด้วยการนำสินทรัพย์หมุนเวียนมาหักลบกลบหนี้ ออกจากหนี้สินหมุนเวียนแล้วให้ผลที่เป็นบวก ก็แปลว่ากิจการนั้น มีสภาพคล่อง รวมทั้งมีความสามารถในการเพียงพอต่อการชำระหนี้ โดยเป็นการส่งเสริมภาพลักษณ์ ให้กิจการมีความมั่นคงต่อสายตาของนักลงทุนและคู่ค้า