20
Nov
Off

สิ่งที่ควรรู้เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม

VAT

  ภาษีมูลค่าเพิ่ม (Value Added Tax) หรือที่เราเรียกกันติดปากว่า VAT นั้น เป็นภาษีที่ทางรัฐบาลทำการเรียกเก็บเพิ่มขึ้นตามแต่ละขั้นตอนของการผลิตสินค้าและบริการ สำหรับการจำหน่ายและการให้บริการ ภาษีส่วนนี้ทางผู้ประกอบการเป็นคนมีหน้าที่ในการเก็บจากลูกค้าและนำไปจ่ายให้กับรัฐบาล ซึ่งถ้าให้เข้าใจง่ายกว่านั้นก็คือเป็นภาษีที่ผู้ประกอบการทุกรายที่จดทะเบียนการค้าจะต้องเรียกเก็บจากลูกค้าโดยอาจจะอยู่ในรูปแบบที่รวมกับราคาสินค้าไปแล้วหรือเป็นราคาที่คำนวณแยกออกมาต่างหากก็ตามแต่ โดยผู้ประกอบการที่ไมได้เป็นผู้บริโภคคนสุดท้ายจะต้องจ่ายภาษีซื้อ 7% ขณะเดียวกันเวลาจำหน่ายออกไปก็จะเรียกเก็บภาษี 7% นั้นคืนมาด้วย

ความเป็นมาของการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม

2-1

ในอดีตนั้นประเทศไทยมีการจัดเก็บภาษีการค้านับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2475 ทว่านับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2535 เป็นต้นมา ได้มีการเปลี่ยนแปลงเป็นการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม เหตุเพราะเศรษฐกิจในประเทศไทยช่วงเวลานั้นเกิดการขยายตัวค่อนข้างรวดเร็ว การคลังของประเทศค่อนข้างมีความมั่นคง อีกทั้งกรเก็บภาษีการค้ายังถูกมองว่าเป็นสิ่งที่ไม่เหมาะสม มีความซับซ้อนของระบบภาษีทำให้ไม่เอื้อประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศในอนาคต ทำให้กระทรวงการคลังพิจารณายกเลิกภาษีการค้าและเลือกนำเอาภาษีมูลค่าเพิ่มเข้ามาใช้แทน

ใครคือคนที่มีหน้าที่เสียภาษีมูลค่าเพิ่ม

3-1

คนที่ประกอบธุรกิจขายสินค้าหรือให้บริการสินค้าไม่ว่าจะเป็นการประกอบธุรกิจในรูปแบบบุคคลธรรมดา คณะกลุ่มบุคคล หรือแม้แต่ห้างหุ้นส่วนสามัญที่ไม่ใช่นิติบุคคลก็ตาม รวมไปถึงนิติบุคคลที่มีรายรับจากากรขายสินค้าหรือการให้บริการเกินกว่า 1.2 ล้านบาทต่อปี มีความจำเป็นและเป็นหน้าที่ที่จะต้องยื่นคำของทำการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มเป็นผู้ที่ประกอบการจดทะเบียน โดยเป็นการคำนวณภาษีขายหักออกด้วยภาษีซื้อ

ความรับผิดชอบที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม

1-1

  1. การขายสินค้า – จะเกิดขึ้นเมื่อมีการส่งสินค้าให้ผู้ซื้อ นอกจากผู้ขายโอนกรรมสิทธิ์ ชำระราคาสินค้า หรือออกใบกำกับภาษีก่อนทำการส่งมอบสินค้า
  2. การขายสินค้าตามสัญญาเช่าซื้อ โดยมีการผ่อนชำระแต่กรรมสิทธิ์ยังไม่ได้เป็นของผู้ซื้อ – เกิดขึ้นเมื่อถึงเวลาผ่อนค่างวด ยกเว้นผู้ขายได้รับค่าสินค้า หรือออกใบกำกับภาษีก่อนถึงระยะเวลา
  3. การขายสินค้าผ่านตัวแทนและมอบสินค้าให้กับตัวแทนแล้ว – เกิดขึ้นเมื่อส่งสินค้าให้ตัวแทน ยกเว้นตัวแทนโอนกรรมสิทธิ์ให้ผู้ซื้อก่อนได้รับค่าสินค้าและออกใบกำกับภาษี หรือมีการนำสินค้าไปใช้งาน
  4. การขายสินค้าด้วยการส่งออก – เกิดตอนชำระอากรขาออกหรือวันค้ำประกันอากรขาออก ยกเว้นไม่ต้องเสียค่าอากรขาออก
  5. การให้บริการ – เกิดขึ้นเมื่อมีการเสียเงินค่าบริการ ยกเว้นผู้ให้บริการออกใบกำกับภาษีให้ลูกค้า หรือได้ใช้บริการก่อนเสียเงิน
  6. การนำสินค้าเข้า – เกิดตอนชำระอากรขาเข้าหรือวันค้ำประกันอากรขาเข้า ยกเว้นไม่ต้องเสียค่าอากรขาเข้า